D.T.C. BLOG

อัพเดตข่าวสารความรู้โลจิสติกส์

วิธีดูแลรถยนต์พื้นฐานง่ายๆ สำหรับสาวๆ

การดูแลรักษารถยนต์อาจจะไม่ใช่งานถนัดของคุณผู้หญิง เพราะส่วนใหญ่ก็คงจะมีแต่คุณผู้ชายที่รู้เรื่องและเอาใจใส่ดูแลรถมากกว่าคุณผู้หญิง แต่ในยุคปัจจุบันคุณผู้หญิงทั้งหลายควรมีความรู้เรื่องรถและการดูแลรักษารถที่เราใช้ประจำกันกันบ้างนะครับ  เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น

DTC มีวิธีเบื้องต้นสำหรับการดูแลรถที่ผู้หญิงทำเองได้ง่ายๆ แถมยังช่วยยืดอายุการใช้งานให้รถยนต์ของเราได้ด้วย

หมั่นตรวจเช็คลมยางสม่ำเสมอ

ตรวจเช็คง่ายๆ ด้วยสายตาดูสภาพโดยรวมของยางว่ามีร่องรอยการขูด ขีด ข่วนหรือไม่ ที่อาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างยาง และอย่าลืมเติมลมยางให้ได้ตามกำหนดของรถแต่ละรุ่นด้วยนะครับ เพราะถ้าลมยางอ่อน อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ในอัตราสูงมาก ส่วนลมยางที่แข็งเกินไป ก็ง่ายต่อการระเบิดของล้อรถ

  • รถเก๋งขนาดเล็ก ความดันลมยาง ประมาณ 25-30 ปอนด์/ตารางนิ้ว (psi)
  • รถเก๋งขนาดกลางถึงใหญ่ ความดันลมยาง ประมาณ 30-35 ปอนด์/ตารางนิ้ว(psi)
  • รถกระบะ ความดันลมยาง ไม่ควรเกิน 65 ปอนด์/ตารางนิ้ว(psi)

หมั่นคอยเช็ครอยน้ำรั่วตอนจอดรถ

พอเลื่อนรถออก คุณผู้หญิงทั้งหลายเคยสังเกตเห็นรอยหยด รอยรั่ว หรือคราบน้ำมันอะไรที่พื้นบ้างหรือเปล่า ถ้ามีครบน้ำ! อยากให้ลองก้มลงส่องไฟฉายมองกันสักหน่อย เผื่อคราบเหล่านั้นสะท้อนให้เห็นถึงความผิดปกติที่ตัวรถกำลังเจอ อาจเป็นสัญญาณบอกได้ทั้งปัญหาเล็กและใหญ่ แน่นอนว่าถ้าสาว ๆ เจอความผิดปกตินี้ตั้งแต่แรกเริ่ม แล้วรีบนำรถเข้าไปเช็คตรวจสอบหาสาเหตุ อาการเสียหนัก ๆ ที่ต้องเจอเพราะปล่อยปละละเลยก็จะกลายเป็นเบา แถมยังช่วยเซฟเงินในกระเป๋าของคุณผู้หญิงทั้งหลายแบบสวย ๆ เลยแหละ

ดูแลระบบระบายความร้อน

สาวๆ ทั้งหลายสามารถทำได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่เปิดฝาหม้อน้ำแล้วสังเกตว่าน้ำมีปริมาณที่ลดน้อยลงหรือไม่ หากพบว่าปริมาณน้ำลดลง เพียงแค่ใช้น้ำสะอาดเติมให้เต็ม แต่ข้อควรระวังคือ ไม่ควรเปิดขณะที่เครื่องยนต์ร้อนอาจจะโดนไอน้ำที่พุ่งออกมาลวกได้

เติมน้ำที่ปัดน้ำฝน

ควรเติมน้ำให้ได้ระดับขีดที่กำหนดไว้ เผื่อเวลามีเหตุฉุกเฉินขณะขับรถจะได้มีน้ำฉีดทำความสะอาดกระจกรถทำให้มองเห็นทางข้างหน้าได้ชัดเจนไม่เป็นอันตราย

สังเกตไฟเตือนที่หน้าปัด

คอยหมั่นสังเกตว่ามีไฟสัญญาณเตือนอะไรผิดปกติบริเวณหน้าปัดรถยนต์ของคุณหรือเปล่า เพราะอาจส่งผลว่ารถของคุณกำลังมีปัญหา หากไฟหน้ารถเตือนผิดปกติควรรีบนำเข้าศูนย์ซ่อมทันที

สายพ่วงแบตเตอรี่ต้องพกติดรถไว้เสมอ

เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่าจะเกิดสถานการณ์แบตเสื่อมซึ่งอาจทำให้รถสตาร์ทไม่ติดตอนไหน หากมีสายพ่วงเอาไว้ อย่างน้อยเมื่อชาร์ตไฟเข้าหม้อแบตแล้วยังพอที่จะพารถไปหาอู่ซ่อมได้

ไม่บรรทุกของหนักจนเกินไป

ข้อนี้สำคัญเหมือนกัน เพราะบางคนลืมในเรื่องนี้ เอาของใส่เต็มรถทำให้รถบรรทุกของหนัก เครื่องยนต์ก็ต้องทำงานหนัก ส่งผลให้เปลืองน้ำมันได้ ยังส่งผลเสียต่อโช๊คทำให้เสื่อสภาพได้ง่ายอีกด้วย

เมมเบอร์โทรของศูนย์ให้ความช่วยเหลือเอาไว้

หารถเกิดปัญหาหรือเกิดอุบัติเหตุ ให้รีบโทรหาเบอร์ช่างประจำหรือศูนย์ให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ รวมถึงเบอร์คนในบ้านเอาไว้ เพื่อที่เวลารถมีปัญหา คุณจะได้โทรแจ้งไปยังคนเหล่านั้นเพื่อขอความช่วยเหลือต่อไป โดยเบอร์ฉุกเฉินสำหรับขอความช่วยเหลือเมื่อรถเสีย โครงการพระราชดำริ โทร.1197