D.T.C. BLOG

อัพเดตข่าวสารความรู้โลจิสติกส์

ติด GPS รถยนต์ผิดกฎหมายไหม? สิ่งที่เจ้าของรถต้องรู้และข้อควรระวังในปี 2026

ติด GPS รถยนต์ผิดกฎหมายไหม? สิ่งที่เจ้าของรถต้องรู้และข้อควรระวังในปี 2026

ข้อกฎหมายการติด GPS รถยนต์ในไทย อัปเดตล่าสุดปี 2026

การติด GPS รถยนต์ไม่ถือว่าผิดกฎหมายหากเจ้าของรถเป็นผู้ติดตั้งเพื่อป้องกันรถหายหรือบริหารจัดการขนส่ง แต่จะกลายเป็นเรื่องผิดกฎหมายทันทีหากนำไปใช้สะกดรอยตามบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม ซึ่งอาจมีความผิดตามกฎหมายอาญาและละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวตามกฎหมาย PDPA ดังนั้นการใช้งานจึงต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์และความถูกต้องเป็นหลัก

เจาะลึกข้อสงสัย ติด GPS รถยนต์ผิดกฎหมายหรือไม่?

หลายคนมักกังวลว่าการนำอุปกรณ์ติดตามตำแหน่งมาติดตั้งในรถยนต์จะมีความผิดทางอาญาหรือได้รับโทษตามกฎหมายหรือไม่ คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือ “ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนติดและติดในรถของใคร” หากคุณคือเจ้าของรถที่มีชื่อในเล่มทะเบียน การติดตั้งเพื่อความปลอดภัยหรือเพื่อตรวจสอบเส้นทางการวิ่งของรถตัวเองนั้นสามารถทำได้โดยสมบูรณ์ และในบางกรณี เช่น รถบรรทุกหรือรถสาธารณะ กฎหมายยังบังคับให้ต้องติดตั้งอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เส้นแบ่งความถูกต้องจะขาดสะบั้นลงทันทีหากมีการนำอุปกรณ์ GPS ไปแอบติดตั้งในรถของผู้อื่นเพื่อวัตถุประสงค์ในการ “สะกดรอย” หรือ “ติดตามพฤติกรรม” โดยที่เจ้าของรถหรือผู้ใช้งานรายนั้นไม่ทราบและไม่ยินยอม กรณีนี้จะเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และอาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้ทั้งทางแพ่งและทางอาญา

เมื่อไหร่ที่การติด GPS คือ “ความถูกต้อง” ตามกฎหมาย

สำหรับการใช้งานในเชิงพาณิชย์และระดับบุคคล มี 3 กรณีหลักที่การติด GPS รถยนต์เป็นเรื่องที่ถูกต้องและควรทำ:

  1. การติดตั้งตามระเบียบกรมการขนส่งทางบก: รถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป, รถลากจูง, รถโดยสารสาธารณะ และรถวัตถุอันตราย กฎหมายบังคับให้ต้องติดตั้งระบบ GPS Tracking เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับศูนย์บริหารจัดการของกรมการขนส่งฯ เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน
  2. การติดตั้งเพื่อป้องกันการโจรกรรม: เจ้าของรถยนต์ส่วนบุคคลสามารถติดตั้งเพื่อติดตามตำแหน่งรถของตนเองได้ เพื่อความอุ่นใจและเป็นหลักฐานสำคัญในกรณีรถถูกขโมย
  3. การบริหารจัดการฟลีทรถในองค์กร (Fleet Management): บริษัทที่มีรถขนส่งหรือรถบริษัท สามารถติดตั้งเพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่และเส้นทางได้ แต่ต้องมีการแจ้งให้พนักงานทราบและลงนามยินยอมตามหลักเกณฑ์ของ PDPA

กฎหมาย PDPA กับการติด GPS ที่ต้องระวัง

ในยุคปัจจุบันเรามีพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA เข้ามาเกี่ยวข้อง ข้อมูล “ตำแหน่งพิกัด” ของบุคคลถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลประเภทหนึ่ง ดังนั้น บริษัทหรือเจ้าของกิจการที่ติดตั้ง GPS ในรถยนต์ของบริษัทเพื่อให้พนักงานขับขี่ จะต้องมีนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ที่ชัดเจน

ผู้ประกอบการต้องแจ้งให้พนักงานทราบว่ามีการเก็บข้อมูลพิกัดเพื่อวัตถุประสงค์ใด เช่น เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง การทำเช่นนี้นอกจากจะช่วยให้ถูกกฎหมาย 100% แล้ว ยังสร้างความโปร่งใสและสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรและบุคลากรอีกด้วย หากมีการแอบเก็บข้อมูลโดยไม่แจ้งล่วงหน้า อาจนำไปสู่การร้องเรียนและบทลงโทษที่มีค่าปรับค่อนข้างสูง

ข้อดีของการติด GPS รถยนต์ที่มากกว่าแค่การติดตาม

การตัดสินใจติด GPS รถยนต์ที่มีคุณภาพและได้รับมาตรฐาน ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราทำถูกต้องตามกฎหมายขนส่งเท่านั้น แต่ยังมอบสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าในระยะยาว ดังนี้:

  • ลดต้นทุนค่าน้ำมัน: ระบบสามารถคำนวณเส้นทางที่สั้นที่สุดและตรวจสอบการจอดแช่เครื่องยนต์ ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างเห็นผล
  • ควบคุมพฤติกรรมการขับขี่: ตรวจสอบการใช้ความเร็วเกินกำหนด หรือการเบรกกะทันหัน ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
  • ยืดอายุการใช้งานของรถ: ระบบแจ้งเตือนการซ่อมบำรุงตามระยะทาง ทำให้รถอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ
  • หลักฐานสำคัญทางกฎหมาย: ข้อมูลเส้นทางและความเร็วสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ใจได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันบนท้องถนน

คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการติด GPS รถยนต์

Q1. ติด GPS รถยนต์ส่วนบุคคลต้องขออนุญาตใครไหม?

A: หากคุณเป็นเจ้าของรถเอง สามารถติดตั้งได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุญาตหน่วยงานใดครับ แต่ควรเลือกอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานเพื่อไม่ให้กระทบกับระบบไฟของรถ

A: ในทางกฎหมายถือว่ามีความเสี่ยงสูงครับ หากฝ่ายตรงข้ามไม่ยินยอมและรู้สึกถูกคุกคาม สามารถฟ้องร้องข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือสร้างความเดือดร้อนรำคาญได้

A: ส่วนใหญ่เป็นรถขนาดใหญ่ เช่น รถโดยสารประจำทาง, รถท่องเที่ยว, รถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป และรถขนส่งวัตถุอันตรายครับ

A: Navigator คือเครื่องนำทางให้เราไปถึงที่หมาย แต่ Tracking คือระบบส่งพิกัดรถกลับมายังเซิร์ฟเวอร์เพื่อให้เราหรือศูนย์ควบคุมตรวจสอบตำแหน่งได้จากระยะไกลครับ

A: โดยปกติการติดตั้ง GPS แบบ Plug & Play หรือการเชื่อมต่อมาตรฐานจะไม่ส่งผลต่อประกัน แต่หากมีการตัดต่อสายไฟที่ผิดวิธีอาจกระทบกับการรับประกันระบบไฟได้ จึงควรเลือกช่างผู้เชี่ยวชาญครับ

การเลือกผู้ให้บริการ GPS ที่น่าเชื่อถือ

การเลือกติดตั้ง GPS ไม่ใช่แค่การหาซื้ออุปกรณ์จากที่ไหนก็ได้มาใส่รถ แต่คือการเลือก “พันธมิตร” ที่จะช่วยดูแลทรัพย์สินของคุณตลอด 24 ชั่วโมง การพิจารณาเลือกผู้ให้บริการควรดูจากความเสถียรของระบบเซิร์ฟเวอร์ การได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องจาก กสทช. และกรมการขนส่งทางบก รวมถึงการมีทีม Support ที่พร้อมช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา

หากคุณกำลังมองหาโซลูชันการติด GPS รถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งความถูกต้องตามกฎหมายและความคุ้มค่าในการใช้งาน การเลือกผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ยาวนานและเข้าใจระเบียบข้อบังคับอย่างถ่องแท้ จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าข้อมูลพิกัดจะปลอดภัยและถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์สูงสุดของธุรกิจคุณอย่างแท้จริง

บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) เราคือผู้นำด้านระบบ GPS Tracking และ IoT โซลูชันอันดับ 1 ในประเทศไทย ที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำมากมาย เรามีระบบที่เป็นมาตรฐานสากล รองรับการทำงานผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่าย และมีศูนย์บริการครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกการเคลื่อนไหวของรถยนต์จะอยู่ในสายตาและความปลอดภัยภายใต้การดูแลของเรา

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการและผลิตภัณฑ์ของเรา สามารถติดต่อได้ที่เว็บไซต์ dtc.co.th หรือช่องทางการติดต่ออื่นๆ ที่ระบุไว้ได้เลย

หากคุณกำลังมองหาโซลูชัน GPS ติดรถยนต์, GPS Tracker กล้องติดรถยนต์  , กล้องรอบคัน ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความปลอดภัย ความคุ้มค่า และการบริหารจัดการข้อมูลแบบมืออาชีพ MDVR จาก DTC คือคำตอบที่ใช่ ทั้งในเรื่องคุณภาพ เทคโนโลยี และบริการหลังการขายที่เชื่อถือได้


 

ติดต่อเราได้ทุกช่องทาง

บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)
63 ซอยสุขุมวิท 68 ถนนสุขุมวิท แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260

โทร : 1176 (24 ชั่วโมง)  |  แฟกซ์ : 02-744-7667

Email : info@dtc.co.th

Shoppee : https://shopee.co.th/dtcshop_

บทความอื่นๆ เพิ่มเติม